
สายพานลำเลียงเป็นอุปกรณ์ลำเลียงระยะสั้นที่สำคัญในกระบวนการผลิตอุตสาหกรรม และมีการใช้งานอย่างแพร่หลาย ด้วยการพัฒนาของเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมสายพาน ทำให้มีการผลิตและประยุกต์ใช้สายพานที่มีคุณลักษณะหลากหลาย ดังนั้น ในระหว่างการใช้งานสายพาน จึงจำเป็นต้องมีมาตรการบำรุงรักษาประจำวัน เพื่อให้มั่นใจในประสิทธิภาพของสายการผลิตและอายุการใช้งานของตัวสายพานเอง ต่อไปนี้ ผู้ผลิตสายพานจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับมาตรการบำรุงรักษาประจำวันสำหรับสายพานเหล็กกล้าแบบเสริมเส้นลวด (Steel Cord Conveyor Belt) ให้มากขึ้น
1. ปรับเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องให้เหมาะสมตามสภาพการทำงานของสายพาน หลีกเลี่ยงการผิดแนวของสายพานเหล็กกล้าเสริมเส้นลวด ซึ่งจะเพิ่มความเสียหายให้ขอบสายพานและทำลายยางหุ้มด้านบน ด้านล่าง ซ้าย และขวา ส่งผลให้เส้นลวดเหล็กชุบสังกะสีโผล่ออกมา
2. ทำความสะอาดสิ่งเจือปนบนพื้นผิวของลูกกลิ้งขับเคลื่อนเป็นประจำ เพื่อหลีกเลี่ยงการผิดแนวของสายพานเหล็กกล้าเสริมเส้นลวด หรือการออกแบบยางหุ้มลูกกลิ้งที่ไม่สม่ำเสมอ ซึ่งทำให้จุดรองรับรอยต่อไม่เท่ากัน ก่อให้เกิดการปูดบวม ดึงเส้นลวดเหล็กชุบสังกะสีออกมา และยืดรอยต่อยางวัลคาไนซ์ จนเกิดภาวะความต้านทานแรงดันลดลง
3. รอยต่อยางวัลคาไนซ์เป็นจุดอ่อนพื้นฐานของความต้านทานแรงดันในสายพานเหล็กกล้าเสริมเส้นลวด รอยแตกของรอยต่อมักแสดงออกผ่านการแตกร้าวของกาว น้ำและอากาศสามารถซึมผ่านเข้าไปถึงเส้นลวดเหล็กชุบสังกะสีตามช่องว่างของกาวกลาง ทำให้เส้นลวดเหล็กเกิดสนิม แตกหัก หรือถูกดึงออก เป็นต้น จึงจำเป็นต้องตรวจสอบการขยายตัวและการเปลี่ยนแปลงของรอยต่อเป็นประจำ รวมถึงความผิดปกติบนพื้นผิว ในระหว่างการตรวจสอบบำรุงรักษา ควรซ่อมแซมรอยต่อยางวัลคาไนซ์ที่ชำรุดทันที
4. หากยางขอบหรือยางหุ้มของสายพานเหล็กกล้าเสริมเส้นลวดหลุดลอก และมีส่วนของเส้นลวดเหล็กชุบสังกะสีโผล่ออกมา ควรดำเนินการซ่อมแซมด้วยการเชื่อมเย็นหรือการซ่อมร้อนด้วยยางวัลคาไนซ์ทันที โดยเลือกวิธีการซ่อมที่แตกต่างกัน เช่น การซ่อมเย็น การวัลคาไนซ์ร้อน หรือการเสริมเส้นลวดเหล็กชุบสังกะสีเพิ่ม ตามระดับความเสียหายของสายพานเหล็กกล้าเสริมเส้นลวด เพื่อรักษาพื้นผิวของสายพานให้สมบูรณ์



